แอร์บัส ก้าวไปอีกขั้น! ใช้โดรนตรวจสอบเครื่องบิน เพิ่มคุณภาพ และลดเวลา

0
182

 

แอร์บัส
Airbus’ new Advanced Inspection Drone accelerates and facilitates visual checks of aircraft, considerably reducing aircraft downtime and improving the quality of inspection reports

ที่ศูนย์ MRO ของ แอร์บัส ที่อเมริกาได้แสดงการใช้เครื่องมือในการบำรุงรักษาแบบ  Advanced Inspection Drone คือการใช้โดรนบินขึ้นตรวจอากาศยาน ภายในโรงเก็บอากาศยาน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความรวดเร็ว และอำนวยความสะดวกในการทำงาน ช่วยลดการหยุดทำงานของอากาศยาน และเพิ่มคุณภาพของรายงานการตรวจสอบให้ดียิ่งขึ้น

แอร์บัสผสานทุกอย่างไว้หนึ่งเดียว

แอร์บัส นั้นได้ผสานทุกอย่างให้รวมอยู่เป็นหนึ่งเดียว ด้วยการนำข้อมูลต่างๆของเครื่องบิน มารวมกับข้อมูลที่ได้จากโดรน ผลิตภัณใหม่นี้เกิดขึ้นจากความทันสมัย โดรนบินอัตโนมัติพร้อมกับการติดตั้งกล้อง และมีเลเซอร์ตรวจจับสิ่งกีดขวาง รวมไปถึงซอฟต์แวร์วางแผนการบินและเครื่องมือวิเคราะห์การตรวจสอบอากาศยานของแอร์บัส การพัฒนานี้แอร์บัสได้ร่วมมือกับบริษัท Testia ซึ่งบริษัทนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญในการทดสอบแบบไม่ทำลาย ระบบการตรวจสอบอากาศยานนี้เหมาะสำหรับการตรวจสอบบนลำตัวของเครื่องบิน

ลักษณะการทำงานของโดรน

การบินของโดรนนั้นได้ถูกกำหนดไว้ในโปรแกรมการทำงาน เมื่อบินขึ้นแล้วโดรนจะจับภาพทั้งหมดที่จำเป็นด้วยกล้องที่ติดอยู่ที่ตัวของโดรน ภาพที่ถ่ายได้นั้นจะมีคุณภาพสูงโดยจะถูกโอนไปยังฐานข้อมูลในพีซีเพื่อการวิเคราะห์อย่างละเอียดโดยใช้ระบบซอฟต์แวร์ช่วยตรวจสอบ ระบบนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถจำกัดวง และตรวจสอบความเสียหายจากภาพบนพื้นผิวของเครื่องบินโดยการเปรียบเทียบกับเครื่องบินจำลองแบบดิจิตอลของซอฟต์แวร์ โดยจะมีการสร้างรายงานการตรวจสอบโดยอัตโนมัติ

แอร์บัส
Following a predefined inspection path, Airbus’ new automated drone captures images of the aircraft surface with its on-board camera while its laser-based sensors detect obstacles

 

ระบบใหม่จะพร้อมใช้งานสำหรับอุตสาหกรรมการบินในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ หลังจากได้รับการอนุมัติจาก EASA ในกระบวนการตรวจสอบการทำงานแบบใหม่นี้ โดยจะมีการสาธิตการทำงานเบื้องต้นให้กับหลายสายการบินที่แสดงความสนใจในดครงการนี้ อีกทั้งจะเสนอให้กับองค์กรที่ทำ MRO เนื่องจากได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้ภายในส่วนการบำรุงรักษาเครื่องบินจึงติดตั้งเซ็นเซอร์แบบเลเซอร์ซึ่งสามารถตรวจจับสิ่งกีดขวางและหยุดการตรวจสอบได้หากจำเป็น เทคโนโลยีเลเซอร์นี้ช่วยให้โดรนสามารถบินได้โดยอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ระบบนำร่องจากระยะไกล

การอัพเกรดไปเป็นระบบใหม่นี้จะช่วยให้สายการบินและผู้ให้บริการด้านการซ่อมบำรุง สามารถลดเวลาในการตรวจเครื่องบิน อีกทั้งปรับปรุงคุณภาพโดยรวมของรายงานความเสียหาย และการตรวจสอบซ้ำ ขั้นตอนการตรวจสอบใหม่จะใช้เวลาเพียงสามชั่วโมงรวมถึงการจับภาพโดยโดนประมาณ 30 นาที และจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ปฏิบัติงาน ในทางตรงกันข้ามการตรวจสอบภาพเครื่องบินแบบดั้งเดิมจะทำจากพื้นดินหรือใช้กล้องส่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับส่วนบนของเครื่องบินซึ่งโดยปกติจะใช้เวลานานถึงหนึ่งวัน

 

ระบบตรวจสอบด้วยโดรนแบบใหม่นี้เป็นส่วนประกอบของ Airbus ‘Hangar of the Future’ (HoF) โดยโครงการนี้เริ่มโดยแอร์บัสในสิงคโปร์เมื่อสองปีก่อน HoF นั้นรวมการใช้ นวัตกรรม เทคโนโลยี และความฉลาดโดยใช้ ‘Internet of Things’ (IoT)

ซึ่งอุปกรณ์ต่างๆมีการเชื่อมต่อกัน เช่น หุ่นยนต์ ‘(โคบอท) โดรน สแกนเนอร์ กล้อง และ เซนเซอร์ตรวจสอบแบบไม่ทำลาย พร้อมกับเอกสารข้อมูลของอากาศยาน และข้อมูลการบริการของอากาศยานที่เก็บรวบรวมโดยแอร์บัส ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มข้อมูลที่เปิด อย่างในโครงการ Skywise ผ่านระบบข้อมูลดิจิทัล และระบบอัตโนมัติของกิจกรรมการบำรุงรักษา แอร์บัสได้ตอบสนองต่อความต้องการในการบำรุงรักษาที่เพิ่มขึ้นของสายการบินที่มีฝูงบินเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสร้างมูลค่าให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here